หน้าหลัก เกี่ยวกับสมาคม ระเบียบข้อบังคับของสมาคม
ระเบียบข้อบังคับสมาคมฯ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 13:59 น.

ระเบียบข้อบังคับ

ของ

สมาคมผู้ปกครองและครู

โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

ในพระราชูปถัมภ์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร


 

(ฉบับแก้ไข พ.ศ.2548)

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ย่อว่า ส.ส.ป เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "The Parent and Teacher Association of Srinakharinwirot University Elementary Demonstration School, Prasarnmit, under the Royal Patronage of His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn." ย่อว่า SEPTA

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูป ตรามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ซึ่งมีเส้นกราฟอยู่ในวงกลม มีรูปสามเหลี่ยมล้อมอยู่รอบนอก พร้อมกับข้อความว่า "สมาคมผู้ปกครองและครูฯ"

รูปของเครื่องหมาย

 

SEPTA Logo

ข้อ 3. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) เลขที่ 174 ถนนสุขุมวิท ซอย 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ข้อ 4. ในข้อบังคับนี้

"สมาคม" หมายความถึง สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

"โรงเรียน" หมายความถึง โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"สมาชิก" หมายความถึง สมาชิกสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"นักเรียน" หมายความถึง นักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"ผู้ปกครอง" หมายความถึง ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"ครูอาจารย์" หมายความถึง ครูและอาจารย์โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"กรรมการ" หมายความถึง กรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"คณะกรรมการ" หมายความถึง คณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"เลขานุการ" หมายความถึง เลขานุการสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

"ที่ประชุมใหญ่" หมายความถึง ที่ประชุมสมาชิกทั้งมวลของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

ข้อ 5. วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังนี้

5.1 ส่งเสริมความเข้าใจอันดี แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองและครูอาจารย์

5.2 ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจการของโรงเรียน

5.3 ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผุ้ปกครองและครูอาจารย์ในด้านการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม และอาชีพ

5.4 ให้ความช่วยเหลือและร่วมมือในการศึกษาของนักเรียน การแก้ปัญหา และการอบรมนักเรียน

5.5 ส่งเสริมสวัสดิการของนักเรียนและสมาชิก

5.6 ร่วมมือกับรัฐบาล, องค์กร, สมาคม, มูลนิธิ และบุคคลภายนอก ในอันที่จะส่งเสริมนักเรียนและสมาชิกในด้านความรู้, ความประพฤติ, อนามัย และสวัสดิการ

หมวดที่ 2

สมาชิก

ข้อ 6. สมาคมนี้มีสมาชิก 2 ประเภท คือ

6.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่เป็นผู้ปกครองนักเรียน หรือ เป็นครูอาจารย์ของโรงเรียน และได้สมัครเป็นสมาชิกตามข้อบังคับของสมาคม

6.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุมและออกเสียง

ข้อ 7. สมาชิกสามัญต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

7.1 บรรลุนิติภาวะแล้ว

7.2 มีความประพฤติเรียบร้อย

7.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

7.4 ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้ล้มละลายหรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุกยกเว้นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ ในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิก

ข้อ 8. ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

8.1 สมาชิกสามัญที่เป็นผู้ปกครอง ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม ดังนี้

8.1.1 ค่าลงทะเบียนครั้งแรก 100 บาท (หนึ่งร้อยบาท) ต่อนักเรียน 1 คน

8.1.2 ค่าบำรุงสมาคมรายปี ๆ ละ 500 บาท (ห้าร้อยบาท) ต่อนักเรียน 1 คน และชำระภายในเดือนแรกของปีการศึกษา

8.2 สมาชิกที่เป็นครูอาจารย์ และสมาชิกกิติมศักดิ์ ได้รับยกเว้นค่าลงทะเบียนครั้งแรก และค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 9. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ให้ยื่นในสมัครตามแบบที่สมาคมกำหนดต่อเลขานุการโดยมีสมาชิกรับรอง 1 คน

ข้อ 10. ให้เลขานุการจัดทำรายชื่อผู้ที่เป็นปกครองนักเรียน และปิดประกาศไว้ที่สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน

10.1 กรณีไม่มีผู้ใดคัดค้าน ให้เลขานุการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมลงมติรับเข้าเป็นสมาชิก

10.2 กรณีมีผู้คัดค้าน ให้เลขานุการเสนอที่ประชุมคณะกรรมพิจารณาว่าสมควรจะรับเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ มติให้รับต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุมและออกเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุมและออกเสียง

10.3 ให้เลขานุการปิดประกาศรายชื่อบุคคลที่คณะกรรมการมีมติให้รับเป็นสมาชิกไว้ทีสมาคม สมาชิกภาพเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นต้นไป

ข้อ 11. ให้เลขานุการจัดทำรายชื่อผู้สมัครที่เป็นครูอาจารย์ เสนอที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อลงมติรับเข้าเป็นสมาชิก และให้ิปิดประกาศรายชื่อครูอาจารย์ที่คณะกรรมการ มีมติให้รับเป็นสมาชิกไว้ที่สมาคม สมาชิกภาพเริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติเป็นต้นไป

ข้อ 12. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกเป็นต้นไป

ข้อ 13. สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้ :-

13.1 ตาย

13.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือขอลาออกต่อเลขานุการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติทั้งนี้ต้องปรากฏว่าสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

13.3 พ้นสภาพตามข้อ 6 หรือขาดคุณสมบัติตามข้อ 7

13.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะเหตุสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อเสียมาสู่สมาคม

ข้อ 14. เมื่อสมาชิกภาพของผู้ใดสิ้นสุดลงไม่ว่าเพราะเหตุใด ผู้นั้นจะยกเอาเหตุแห่งการนั้นมาเป็นข้ออ้างเรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดจากสมาคม หรือคณะกรรมการมิได้

ข้อ 15. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

15.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

15.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของสมาคมต่อคณะกรรมการ

15.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

15.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

15.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง

15.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

15.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 100 คน ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ ในคำร้องขอนั้นให้แสดงเหตุผลโดยชัดแจ้งด้วย

15.8 มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

15.9 มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

15.10 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

15.11 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆของสมาคม

15.12 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

15.13 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 16. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนไม่น้อยกว่า 23 คน และไม่เกิน 30 คน ประกอบด้วย :-

16.1 กรรมการจาการเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ จำนวน 16 คน โดยการเลือกตั้งจาก

สมาชิกที่เป็นผู้ปกครอง 13 คน

สมาชิกที่เป็นอาจารย์ 3 คน

16.2 กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 7 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน และครูอาจารย์ระดับบริหารซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้แต่งตั้งจากครูอาจารย์ระดับบริหาร 6 คน การเป็นกรรมการโดยตำแหน่งสิ้นสุดลงทันทีเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนพ้นจากตำแหน่งและให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่แต่งตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ทั้งนี้ให้อยู่ได้เพียงเท่าวาระกรรมการ ชุดที่พ้นตำแหน่ง

16.3 กรรมการโดยการแต่งตั้ง จากสมาชิกสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่เกิน 7 คนโดย ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการตามข้อ 16.1 และ 16.2 ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุมและออกเสียง

ข้อ 17. คณะกรรมการอาจเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนองค์การหรือสมาคมหรือมูลนิธิอื่นใดหรือบุคคลที่ให้บริการแก่โรงเรียน เข้าเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการได้ โดยให้ที่ปรึกษาอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้งที่ปรึกษานั้น

ข้อ 18. ให้นายกสมาคมหนึ่งคน และอุปนายกสมาคมไม่เกิน 2 คน ให้คณะกรรมการจากการเลือกตั้งและโดยตำแหน่งตามข้อ 16.1 และ 16.2 ทำการเลือกตั้งกรรมการเป็นนายก และอุปนายกคนที่ 2 ที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นอุปนายกคนที่ 1 โดยตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกและอุปนายกร่วมกันพิจารณาแต่งตั้งจากกรรมการตามที่เห็นสมควรเพื่อทำหน้าที่บริหารกิจการสมาคม ดังต่อไปนี้ :-

18.1 นายกสมาคม

ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนของสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม โดยอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 วาระติดต่อกัน

18.2  อุปนายก

ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม ในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สาารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยให้อุปนายกตามลำดับทำหน้าที่แทนนายกสมาคม

18.3 เลขานุการ

ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการต่าง ๆ ของสมาคและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการนการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

18.4 เหรัญญิก

มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจ สอบ

18.5 ปฏิคม

มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

18.6 นายทะเบียน

มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

18.7 ประชาสัมพันธ์

มีหน้าที่เผยแพร่กิจการ และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

ข้อ 19. คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว ในระหว่างที่คณะกรรมการชุดใหม่ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ให้คณะกรรมการที่ครบวาระนั้นปฏิบัติหน้ราที่ไปจนกว่าจะได้จดทะเบียน คณะกรรมการุดใหม่เรียบร้อย และให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเดิมและคณะกรรมการชุดใหม่ ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้จดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว

ข้อ 20. ถ้าตำแหน่งกรรมการยกเว้นกรรมการตามข้อ 16.2 ว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระให้คณะกรรมที่เหลืออยู่แต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น โดยแต่งตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลตามประเภทของตำแหน่งที่ว่างลงนั้น ๆ ทั้งนี้ให้กรรมการใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 21. นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

21.1 ตาย

21.2 ลาออก

21.3 ขาดจากสมาชิกภาพ

21.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมิตให้ออกจากตำแหน่ง

21.5 มิได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ 3 ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร

ข้อ 22. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากการเป็นกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกหรืออุปนายกคนที่ 1 และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ลาออก

ข้อ 23. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

23.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อกฏหมายหรือข้อบังคับนี้

23.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

23.3 มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือผู้ทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผู้ช่วยกรรมการโดยผู้ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

23.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

23.5 มีอำนาจเพิ่มเติมตำแหน่งกรรมการอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 18.

23.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

23.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

23.8 มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ

23.9 มีหน้าที่ทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และต้องให้สมาชิกตรวจสอบดูได้ เมื่อสมาชิก ร้องขอ

23.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

23.11 มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

ข้อ 24. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม อย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง และกรรมการจะต้องไม่ขาดการเข้าร่วมประชุม 3 ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร

ข้อ 25. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการมาประชุมจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนการรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม และในการเข้าประชุมคณะกรรมการ กรรมการจะต้องมอฉันทะให้กรรมการคนหนึ่งคนใดเข้าประชุมแทนก็ได้ ในกรณีดังกล่าวให้นับจำนวนกรรมการที่มอบฉันทะเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประชุมด้วยในการลงมติของที่ประชุม ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากในการลงคะแนนกรรมการหนึ่งคนให้มีหนึ่งเสียงหรือมีจำนวนเสียงเพิ่มขึ้นตามจำนวนเสียงที่ได้รับมอบฉันทะ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 26. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกตามลำดับทำหน้าที่เป็นประธานคราวนั้น ถ้านายกและอุปนายกทุกคนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

ข้อ 27. การประชุมใหญ่ของสมาคมมีสองประเภท ได้แก่

27.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

27.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 28. คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีปีละ 1 ครั้ง ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันเปิดเรียนปีการศึกษาภาคแรกของโรงเรียน เพื่อปรึกษากิจการของสมาคม  ดังนี้

28.1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

28.2 คณะกรรมการรายงานกิจการของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา

28.3 พิจารณาและรับรองงบดุล

28.4 เลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในข้อ 19.

28.5 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี และกำหนดสินจ้าง

28.6 กิจการอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 29. คณะกรรมการอาจจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งเดียวหรือหลายครั้งเมื่อ

29.1 คณะกรรมการเห็นสมควรและมีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ

29.2 สมาชิกร้อขอตามข้อ 15.7

คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้มีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ หรือนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องขอให้ประชุมใหญ่วิสามัญจากสมาชิก

ข้อ 30. ให้เลขานุการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ ระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมพร้อมเอกสารเกี่ยวกับการประชุมให้ถึงสมาชิกก่อนวันประชุมไม่น้องกว่า 7 วัน

ข้อ 31. ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง จะต้องมีจำนวนสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน (หนึ่งร้อยคน) จึงจะถึงว่าครบองค์ประชุมในการลงมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคำแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ในการประชุมใหญ่ทุกครั้งสมาชิกสามัญชจะต้องมาประชุมด้วยตนเองจะมอบฉันทะให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าประชุมแทนไม่ได้

ข้อ 32. ให้นายกเป็นประธานนที่ประชุมใหญ่ทุกครั้ง ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกตามลำดับทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น ถ้านายกแะลอุปนายกทุกคนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กกรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น และถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลย ก็ให้ที่ประชุมเลือกสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคราวนั้น ทั้งนี้ให้เลขานุการสมาคมเป็นเลขานุการที่ประชุมใหญ่ทุกครั้ง หากเลขานุการสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานในที่ประชุมเลือกสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เลขานุการที่ประชุมแทน

ข้อ 33. ในการประชุมใหญ่คราวใด หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดประชุมไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงยังมีสมาชิกสามัญมาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นออกไป และให้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยการประชุมครั้งหลังจะต้องมีระยะเวลาห่างจากการประชุมคราวที่เลื่อนออกไปนั้นไม่น้อยกว่า 14 วัน ในการประชุมครั้งหลังนี้ไม่ว่าจะมจำนวนามาชิกสามัญมาประชุมเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม แต่ห้ามมิให้ที่ประชุมนั้นพิจารณาแก้ข้อบังคับหรือเลิกสมาคม

ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมีขึ้นด้วยเหตุสมาชิกร้องขอตามข้อง 15.7 และสมาชิกสามัญไม่ครบองค์ประชุม เมื่อพ้นกำหนดเวลานัดประชุมไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ให้เลิกประชุมโดยไม่มีการเลื่อนออกไปดังเช่นวรรคก่อน ทั้งนี้ให้ถือว่าหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญนั้นเป็นอันตกไป และจะร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพราะเหตุเดียวกันอีกไม่ได้ในปีนั้น

หมวดที่ 5

การเงินและการบัญชี

ข้อ 34. เงินของสมาคมต้องฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรในนามของสมาคม เหรัญญิกจะเก็บเงินสดไว้ได้ไม่เกินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)

ข้อ 35. การเบิกจ่ายเงิน หรือถอนเงิน หรือการสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารให้อยู่ในอำนาจของนายก หรืออุปนายกคนใดคนหนึ่ง ลงลายมือชื่อร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ช่วยอีกหนึ่งคน ภายในวงเงินครั้งละไม่เกินจำนวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาท) และแต่ละครั้งต้องไม่ใช่เรื่องเดียวกันกรณีวงเงินเกินกว่า 30,000 บาท (สามหมื่นบาท) ต้องให้คณะกรรมการมีมติอนุมัติยกเว้นการเบิกจ่ายตามงบประมาณที่คณะกรรมการได้อนุมัติแล้ว

ข้อ 36. ผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่มีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม รวมทั้งมีสิทธิสอบถามกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของสมาคม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและหรือเอกสารดังกล่าว

ข้อ 37. สมุดบัญชีและเอกสารทางการเงินของสมาคม จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม

หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ และการเลิกสมาคม

ข้อ 38. ข้อบังคับนี้จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ก็ต่อเมื่อมีมติของที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมและออกเสียง

ข้อ 39. สมาคมนี้เลิกได้เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิกสมาคมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมและออกเสียง ให้คณะกรรมการดำเนินการเพื่อเลิกสมาคมโดยด่วนพร้อมทั้งแต่งตั้งผุ้ชำระบัญชีของสมาคม เมื่อได้ชำระบัญชีของสมาคมแล้ว หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้โอนทรัพย์สินนั้นให้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เพื่อใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

 


 

ข้อ 8.1.2 ได้รับจดทะเบียนแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548

ข้อ 18 และ ข้อ 21 ได้รับจดทะเบียนแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2550

ข้อ 24 ได้รับจดทะเบียนแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2550

ข้อ 35 ได้รับจดทะเบียนแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2546

ข้อ 40 และ ข้อ 41 ได้รับจดทะเบียนยกเลิก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2550

** ที่มาจาก รายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2555

แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2012 เวลา 05:37 น.
 



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: joomla templates VPS hosting plans Valid XHTML and CSS.